บทความ

ถ้าไม่มีคดีในศาล จะโต้แย้งว่ากฎหมายขัดรัฐธรรมนูญได้อย่างไร

16/08/2022
16699

Highlight


  • มาตรา  ๓๐๑  เอาผิดหญิงที่ทำแท้งแต่ไม่ลงโทษชายที่ทำให้หญิงตั้งครรภ์ ขัดต่อหลักความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญ หรือไม่
  • ความผิดเกี่ยวกับการทำแท้ง เป็นการให้สิทธิแต่หญิงมีครรภ์เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่คำนึงถึงสิทธิของทารกในครรภ์เลยหรือ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่  ๔/๒๕๖๓ 
  • พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๖๑  มาตรา  ๔๖  วรรคสอง
 

ถ้าไม่มีคดีในศาล  จะโต้แย้งว่ากฎหมายขัดรัฐธรรมนูญได้อย่างไร
 
          หน้าที่และอำนาจหลักของศาลรัฐธรรมนูญ  คือการพิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายหรือร่างกฎหมาย  เพื่อให้เป็นไปตามหลักการที่ว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด  บทบัญญัติใดของกฎหมาย  กฎหรือข้อบังคับ  หรือการกระทำใด  ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญเป็นอันใช้บังคับมิได้
          กรณีที่ประชาชนเป็นความเป็นคดีในศาลแล้ว  บุคคลที่เป็นคู่ความและจะถูกบังคับด้วยกฎหมายที่ตนเห็นว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ  ก็มีสิทธิร้องขอต่อศาลให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้
โดยกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๒๑๒
          แต่ถ้าไม่ได้มีคดีขึ้นโรงขึ้นศาล  แต่ก็ได้รับความเดือดร้อนเสียหายหรือรู้สึกถูกละเมิดสิทธิจากกฎหมายบางเรื่องอยู่  จะมีช่องทางใดในการขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบกฎหมายนั้นได้บ้าง กรณีนี้  ประชาชนอาจไปใช้สิทธิต่อองค์กรอิสระคือผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้เขาเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในกรณีที่กฎหมายมีผลใช้บังคับอยู่ว่าอาจมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญก็ได้
          แต่ประชาชนจะไป  “เริ่มเรื่อง”  ให้การโต้แย้งหรือความเห็นของตนได้รับการพิจารณา
ในศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างไร  มีกรณีตัวอย่างมาเล่าให้ฟังสองเรื่อง  ดังนี้
          เรื่องแรก  เป็นกรณีแพทย์หญิงท่านหนึ่งซึ่งอยู่ในเครือข่ายแพทย์อาสายุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมายและข้อบังคับของแพทยสภาให้กับหญิงที่ตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม  วันหนึ่งท่านถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมและกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นยินยอม  และจับกุมหญิงผู้เข้ารับบริการยุติการตั้งครรภ์ในความผิดฐานยินยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูก  ทั้งที่ผู้ร้องเป็นแพทย์และวินิจฉัยแล้วว่าหญิงผู้ตั้งครรภ์ได้รับความคุ้มครองตามข้อยกเว้นให้ทำแท้งได้ตามกฎหมายในขณะนั้น
          คุณหมอจึงเห็นว่า  ประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา  ๓๐๑  น่าจะขัดต่อหลักความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญเนื่องจากบัญญัติเอาผิดแต่หญิงที่ทำแท้งแต่ไม่ลงโทษชายที่ทำให้หญิงตั้งครรภ์  และขัดต่อสิทธิในเสรีภาพ  ชีวิต  และร่างกายของหญิงผู้ประสงค์จะยุติการตั้งครรภ์นั้น  นอกจากนี้  บทบัญญัติมาตรา  ๓๐๕  ที่เป็นข้อยกเว้นให้ทำแท้งได้ก็จำกัด  ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์และไม่เท่าทันความก้าวหน้าและเทคโนโลยีทางการแพทย์  แต่เนื่องจากเรื่องนี้ยังเป็นการดำเนินคดีในชั้นสอบสวน  จึงไม่ถือเป็นกรณีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลที่จะใช้สิทธิโต้แย้งตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๒๑๒  ได้  ท่านจึงไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย
          ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาแล้วเห็นว่า  ประมวลกฎหมายอาญาทั้งสองมาตรานั้นมีปัญหาจริงในทางปฏิบัติบังคับใช้อยู่บ้าง  แต่ไม่ถึงกับถือเป็นกฎหมายที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ  จึงไม่ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย  ทำให้เข้าเงื่อนไขที่จะสามารถยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้  โดยอาศัยช่องทางตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๒๑๓  และศาลรัฐธรรมนูญก็ได้รับเรื่องของแพทย์หญิงท่านนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย
          ในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่  ๔/๒๕๖๓  วินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา  ๓๐๑  เรื่องความผิดที่หญิงทำให้ตนแท้งลูก  ขัดหรือแย้งต่อหลักความเสมอภาคระหว่างชายหญิงตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๒๗  สำหรับกรณีมาตรา  ๓๐๕  ที่เป็นบทยกเว้นเงื่อนไขกรณีให้แพทย์ทำแท้งให้หญิงได้นั้น  แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะเห็นว่าไม่ถึงกับขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ  แต่บทบัญญัติดังกล่าวก็สมควรได้รับการแก้ไขให้เหมาะกับสภาพการณ์  โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย  ภายใน  ๓๖๐  วัน
          ต่อมาจึงมีการแก้ไขกฎหมายทั้งสองมาตรานี้เพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา  (ฉบับที่  ๒๘)  พ.ศ.  ๒๕๖๔  ซึ่งมีผลบังคับไป
เมื่อวันที่  ๖  กุมภาพันธ์  ๒๕๖๔  นี้เอง
          แม้ว่าเรื่องนี้จะมีผู้เห็นด้วย  แต่ก็แน่นอนว่าย่อมต้องมีผู้เห็นต่าง
          เรื่องที่สอง  นี้มีคุณหมอสูตินารีแพทย์อีกกลุ่มหนึ่งก็เห็นว่าการแก้ไขกฎหมายความผิดเกี่ยวกับการทำแท้งดังกล่าว  เป็นการให้สิทธิแต่หญิงมีครรภ์เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่คำนึงถึงสิทธิของทารกในครรภ์ในการที่จะมีชีวิตอยู่และไม่คำนึงถึงสิทธิในการร่วมตัดสินใจของชายผู้เป็นบิดาของทารกในครรภ์  เป็นการละเมิดต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม  จึงไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินขอให้เสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๒๓๑ (๑)  ว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญตามเหตุผลข้างต้น  ซึ่งเรื่องนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่า  บทบัญญัติดังกล่าวไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ  ให้ยุติเรื่อง
          เช่นนี้แล้วจึงมีคำถามว่า  กลุ่มแพทย์ผู้ร้อง  จะถือว่าเมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ส่งเรื่อง
ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๒๓๑ (๑)  แล้ว  จะมีสิทธินำเรื่องมาร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยถือว่าเป็นการยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๒๑๓  ได้หรือไม่
          ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยปัญหานี้ไว้ในคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่  ๒๙/๒๕๖๔  ว่า  การยื่นคำร้องว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ  ตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๒๑๓  จะต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๖๑  มาตรา  ๔๘  ประกอบมาตรา  ๔๖  ดังนั้น  แม้ว่าผู้ร้องจะยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดินแจ้งผล
การพิจารณาให้ยุติเรื่อง  แต่เมื่อเป็นการยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๒๓๑ (๑)  ไม่ใช่การยื่นคำร้อง
ตามมาตรา  ๒๑๓  จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์  วิธีการ  และเงื่อนไขข้างต้น  จึงไม่อาจยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้
          เราอาจถืออุทาหรณ์สองเรื่องนี้เป็นแนวทางเบื้องต้นในการแยกความแตกต่าง  ระหว่างการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๒๓๑ (๑)  โดยผู้ตรวจการแผ่นดิน  และกรณีที่บุคคลไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๒๑๓  ได้ว่า  ประชาชนอาจจะไปเสนอเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินได้ว่ากฎหมายขัดรัฐธรรมนูญได้  ถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นด้วย  หรือกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาเรื่องร้องเรียนใดแล้วเห็นว่าเกิดจากปัญหาของกฎหมายที่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ  ก็จะเป็นกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๒๓๑ (๑)  ซึ่งเป็นอำนาจเฉพาะของผู้ตรวจการแผ่นดินเท่านั้น  แต่ถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่เห็นด้วยกับที่ประชาชนเสนอเรื่องร้องเรียน  กรณีก็เป็นอันยุติลงเท่านั้น  ประชาชนเอาเรื่องไปยื่นกับศาลรัฐธรรมนูญต่อไม่ได้  ไม่เหมือนกับการไปใช้สิทธิขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน
ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ  ตามมาตรา  ๒๑๓
          ตรงนี้คงมีผู้สงสัยว่า  ถ้าอย่างนั้นประชาชนจะไปยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๒๓๑ (๑)  ทำไม  ก็ใช้ช่องทางตามมาตรา  ๒๑๓  ไปเลย  ถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่เห็นด้วยก็จะมีสิทธินำเรื่องมายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อได้
          เรื่องนี้เป็นเพราะเงื่อนไขของการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ  ตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๒๑๓  มีเงื่อนไขสำคัญประการหนึ่งว่า  ผู้ที่ใช้สิทธิตามช่องทางนี้  จะต้องเป็นกรณีที่ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้  และเห็นว่าการละเมิดนั้นเป็นผลจากบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ  จึงจะมีสิทธิยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน  และให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้  รวมทั้งในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ  พ.ศ.  ๒๕๖๑  มาตรา  ๔๖  วรรคสอง  ยังกำหนดเงื่อนไขไว้อย่างชัดเจน  การยื่นคำร้องตามวรรคหนึ่งต้องระบุการกระทำที่อ้างว่าเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของตนโดยตรงให้ชัดเจนว่าเป็นการกระทำใดและละเมิดต่อสิทธิหรือเสรีภาพของตนอย่างไร
          ดังนั้น  ถ้าเป็นบุคคลที่มิได้ถูกละเมิดสิทธิอันใดเลยจากกฎหมายที่เป็นปัญหา  แต่มีความเห็นว่ากฎหมายมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว  ก็ย่อมไม่อาจใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๒๑๓ ซึ่งเรื่องของแพทย์หญิงในเรื่องที่หนึ่ง  คือท่านได้รับความเดือดร้อนเสียหายแล้วจากการถูกตำรวจจับกุม
ตั้งข้อหาเพื่อดำเนินคดีอาญา
          จึงอาจจะสรุปได้ว่า  สิทธิการยื่นคำร้องโดยตรงต่อรัฐธรรมนูญนั้นเป็นสิทธิของผู้ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยผลของบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่อาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ  เป็นการใช้สิทธิ
ตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๒๑๓  ซึ่งจะไปใช้สิทธิต่อผู้ตรวจการแผ่นดินก่อน  หากผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ส่ง
ก็มาร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ด้วยตนเอง
แต่ถ้าเพียงแต่ประชาชนมีความเห็นว่า  บทบัญญัติแห่งกฎหมายมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ  โดยที่ไม่ได้ถูกกระทบกระเทือนต่อสิทธิเสรีภาพโดยตรง  ก็อาจจะใช้ช่องทางในการเสนอเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้พิจารณาว่าจะส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย  ตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา  ๒๓๑ (๑)  หรือไม่  ซึ่งก็จะเป็นที่สุดที่ความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดินนั้นเอง

 

More Information


 
  • อ่านบทความเต็มเรื่อง ถ้าไม่มีคดีในศาล  จะโต้แย้งว่ากฎหมายขัดรัฐธรรมนูญได้อย่างไร
  • ติดตามเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญ และสิทธิเสรีภาพของประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญ ได้ทุกช่องทาง
  • LINE Official Account สนง.ศาลรัฐธรรมนูญ: @occ_th
  • เว็บไซต์ สนง.ศาลรัฐธรรมนูญ: www.constitutionalcourt.or.th
#ศาลรัฐธรรมนูญ #สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
 

Back to top